บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)

ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บ น้ำมันและปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)

ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บ น้ำมันและปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

เกี่ยวกับเรา

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ “PRM” มีจุดเริ่มต้นในปี 2530 จากการจัดตั้งบริษัท นทลิน จำกัด เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันสำเร็จรูปให้แก่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และปิโตรเคมีเหลวในเวลาต่อมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2550 นทลิน ได้ก่อตั้งบริษัท นทลิน ออฟชอร์ จำกัด โดยได้ขยายธุรกิจไปยังธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว และได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท พริมา มารีน จำกัด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 เพื่อให้เป็นบริษัทหลัก (Flagship Company) และรวมบริษัทและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว มาอยู่ภายใต้บริษัทฯ

ปัจจุบัน บริษัทฯ ให้บริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าทางเรือให้กับลูกค้าตามความต้องการอย่างครบวงจร รวมถึงการให้บริการเรือขนส่งและสนับสนุนปฏิบัติการทางทะเล และการบริหารจัดการเรือ มีทุนจดทะเบียน 2,500,000,000 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2,000,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ สามารถจำแนกออกเป็น 4 ธุรกิจ ดังนี้

1. ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป
ผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสำเร็จรูปและปิโตรเคมีเหลว (“ธุรกิจเรือขนส่งฯ”)

ให้บริการขนส่งแก่ลูกค้าที่ทำธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ เพื่อขนส่งสินค้าไปสู่ปลายทางที่ลูกค้ากำหนด

2. ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป
(Floating Storage Unit, FSU) (“ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บ FSU”)

ให้บริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าแบบลอยน้ำ โดยใช้เรือที่มีถังจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่เป็นสถานที่จัดเก็บ

3. ธุรกิจเรือขนส่งที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล
(Offshore Support Vessel) (“ธุรกิจเรือ Offshore”)

ให้บริการสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลแก่ลูกค้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล โดยธุรกิจที่ให้บริการ ได้แก่ ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมัน (Floating Storage and Offloading Unit, FSO) ธุรกิจเรือขนส่งและที่พักอาศัยสำหรับพนักงานประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน (Accommodation Work Barge, AWB) และธุรกิจเรือสนับสนุนลากจูง การจัดการสมอ (Anchor Handling Tug, AHTs) โดยปี 2559 มีสัดส่วนรายได้ 12.2%

4. ธุรกิจบริหารจัดการเรือ
(Ship Management) (“ธุรกิจบริหารเรือ”)

เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ โดยมีขอบเขตงานหลัก เช่น การบังคับและควบคุมการเดินเรือ การจัดหาคนประจำเรือ การบำรุงรักษาเรือ การดำเนินการด้านใบอนุญาตและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ เป็นต้น

 

ผลการดำเนินงาน

สัดส่วนรายได้

สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559

 

จุดแข็งทางธุรกิจ

กลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้นำในการขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีเหลวทางเรือในประเทศ
และเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจตลาดต่างประเทศ

กลุ่มบริษัทฯมีการเติบโตของรายได้ ตลอดจนปริมาณขนส่งและจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

บริษัทฯ มีความพร้อมด้วยกองเรือขนาดใหญ่
โดยให้บริการอย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ประกอบด้วยเรือขนส่งฯ เรือ FSU และเรือ Offshore ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนระบบและอุปกรณ์บนเรือให้เหมาะสมต่อการใช้งานของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น

บริษัทฯ ให้บริการแบบครบวงจร (One-stop Service)

ตั้งแต่ให้คำแนะนำในการจัดหาเรือที่เหมาะกับประเภทสินค้า อำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลต่างๆ พร้อมทั้งคัดสรรบุคลากรประจำเรือให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงให้คำแนะนำในเรื่องกลยุทธ์การบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ และควบคุมคุณภาพการบริการให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

กลุ่มบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์กว่า 30 ปีในการให้บริการ

ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มีคณะผู้บริหารและบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสามารถเพียงพอในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย บนพื้นฐานของกฎหมาย ข้อกำหนดและกฎข้อบังคับต่างๆ

เป้าหมายการระดมทุน

เพื่อลงทุนในเรือลำใหม่และขยายกองเรือของธุรกิจเรือขนส่งฯ ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บ FSU และธุรกิจเรือ Offshore

เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

รายละเอียดการเสนอขาย

ผู้เสนอขายหลักทรัพย์
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
Ticker
PRM
ประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ
จำนวนที่ออกและเสนอขาย

จำนวนไม่เกิน 650,000,000 หุ้น ประกอบด้วย

  • หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 500,000,000 หุ้น
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ Austin Asset Limited จำนวน 105,000,000 หุ้น และบริษัท นทลิน จำกัด จำนวน 45,000,000 หุ้น

คิดเป็นร้อยละ 26 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ

1.00 บาท

ราคาเสนอขาย

8.00 บาทต่อหุ้น

มูลค่ารวมของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
  • หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ 4,000,000,000 บาท
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัทฯ 840,000,000 บาท
ระยะเวลาจองซื้อ

วันที่ 6-8 กันยายน 2560

ที่ปรึกษาทางการเงิน

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด

ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่รุนแรง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานของการขนส่งและการจัดเก็บน้ำมัน ปิโตรเลียม และปิโตรเคมี ทางทะเลทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ และความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันดิบ

ได้แก่ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากรที่มีประสบการณ์เฉพาะ ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน ความเสี่ยงจากการหาเรือลำใหม่ทดแทนเรือลำเก่า ความเสี่ยงจากการถูกยกเลิกสัญญาให้บริการทางเรือก่อนกำหนด และ/หรือไม่สามารถต่ออายุสัญญาเมื่อครบอายุสัญญาได้ ความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือต่ออายุใบอนุญาตต่างๆได้อย่างครบถ้วน ความเสี่ยงจากเหตุโจรกรรมและการปล้นสะดมจากโจรสลัดทางเรือ และความเสี่ยงจากการที่ประกันภัยของกลุ่มบริษัทฯ อาจมีความคุ้มครองไม่เพียงพอ

ได้แก่ ความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อปฎิบัติและข้อกำหนดในสัญญาเงินกู้

ได้แก่ ความเสี่ยงจากการดำเนินโครงการไม่ทันกำหนดตามที่วางแผนไว้ กฎหมายไทยและข้อบังคับของบริษัทฯ มีข้อจำกัดการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นต่างด้าว ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อสภาพคล่องและราคาตลาดของหุ้นบริษัทฯ ความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นรวมกันเท่ากับร้อยละ 75.0 ภายหลังการกระจายหุ้นของบริษัทฯ ความเสี่ยงจากการนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นสามัญของบริษัทฯ หลังเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ